ร่วมบูชาวัตถุมงคล วัดไผ่ล้อม นครปฐม

วันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2557

จุดไฟในใจคน หญิงเหล็ก

ยกย่อง!! หญิงเหล็ก ‘ยอดกตัญญูกตเวที’
‘ภรรยา’ ผู้เสียสละต่อ ‘สามี’และครอบครัว
ขยัน ซื่อสัตย์ อดทน รู้บุญคุณคน ‘มิเสื่อมคลาย’ 
คอลัมน์จุดไฟในใจคน ...........โดย พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม


เจริญพรญาติโยมทุกท่าน อาตมาเขียนคอลัมน์ “จุดไฟในใจคน” ท่ามกลางอากาศร้อนระอุ แต่ในความอบอ้าวนี้ ยังมีอีกหนึ่งชีวิต ที่ฝ่าความทุกข์ระทมมานานหลายปี “ไม่เคยปริปากบ่น” แม้สักครั้งเดียว

อาตมาขอยกย่องชื่นชมให้โยมเป็น “หญิงเหล็ก ยอดนักสู้ผู้กล้าแกร่ง” และสำหรับเหตุการณ์จริงเรื่องนี้มีอยู่ว่า โยมเป็นคน อ.บางเลน จ.นครปฐม มีโอกาสมาแต่งงานกับหนุ่มในอำเภอเมืองนครปฐม เข้าไปอยู่ในบ้านครอบครัวสามี ด้วยความเป็นคนดี ขยันมุมานะทำงานทุกอย่างในบ้าน ด้วยความหมั่นเพียรไม่นิ่งดูดาย ในฐานะสะใภ้ ย่อมต้องช่วยงานในบ้านเป็นธรรมดา

ครอบครัวสามี ทำอาชีพเหล็กดัด โยมก็เข้าไปช่วยงาน เพื่อแบ่งเบาภาระสามี

ส่วนสามี เมื่อวันเวลาผันผ่าน งานการเริ่มไม่ทำ ทิ้งให้ภรรยาทำหน้าที่แทน ส่วนตนก็ออกไปกินเที่ยวนอกบ้าน ไม่สนใจการงาน ปล่อยให้ภรรยาทำทั้งหมด

“กลายเป็นภาระ ความกดดัน เป็นปมปัญหาภายในครอบครัว ส่งผลให้ทั้งคู่ต้องเลิกรา”

โยมตัดสินใจ อุ้มลูกสาวทั้งสามพร้อมหลานอีกสองคน ออกจากบ้าน เริ่มต้นชีวิตใหม่ ลงทุนรับงานทำเหล็กดัด กัดฟันต่อสู้ทำมาหากิน “เลี้ยงลูก”

ถึงแม้โยมจะออกมาจากบ้านสามีแล้ว แต่ก็ไม่ทิ้งครอบครัวสามี ยังคงไปช่วยดูแล พ่อแม่สามี อุดหนุนจุนเจือ สามีและลูกหลาน ไม่เคยขาด

ส่วนอาชีพงานเหล็กดัดอย่างเดียวนั้น เงินที่หามาได้ เริ่มไม่พอเลี้ยงลูก โยมจึงต้องหางานเพิ่ม ด้วยการเปิดบริษัทรับเหมาก่อสร้าง เพื่อปรับคุณภาพชีวิตตนเองและลูกหลานให้อยู่รอด

รวมถึงนำรายได้ที่เพิ่มขึ้น ไปช่วยครอบครัวสามี เพราะทางบ้านสามี ยังมีคนเจ็บไข้ได้ป่วยให้ต้องดูแลรักษา ต้องใช้เงินมากมาย ในการล้างไต แต่โยมก็ไม่ทิ้ง โอบอุ้มช่วยเหลือมาโดยตลอด

ปัจจุบันโยมเลิกกับสามีมานานนับสิบปี แต่ก็ทำงานทุกวัน เลี้ยงลูกหลานทุกคนเสมอต้นเสมอปลาย หาเงินได้มาเท่าไหร่ ใช้จ่ายกับการดูแลคนทั้งสองบ้านจนหมดสิ้น

สิ่งที่อาตมาเห็นจากโยมท่านนี้ก็คือ ความกตัญญูกตเวที ที่มีต่อสามีและพ่อแม่สามี อย่างลึกซึ้งกินใจ ไม่เสื่อมคลาย ถ้าเป็นภาษาวัยรุ่นยุคปัจจุบัน ต้องบอกว่า ดีโคตรๆ

มีน้ำใจที่ประเสริฐ อุ้มชูด้วยใจบริสุทธิ์ ไม่หวังผลตอบแทน นับเป็นสิ่งที่มีคุณค่ายิ่ง ถ้าญาติโยมท่านใด ทำได้เยี่ยงนี้ ถือเป็นบุญมหาศาล

อาตมามีความเชื่อว่า วันหนึ่งข้างหน้า ความสำเร็จก็จะเกิดขึ้นกับโยม และเป็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นเปรียบเหมือนฟ้าหลังฝนอันแสนสดใส

หลังจากที่โยมถูกมรสุมชีวิตโหมกระหน่ำมาหลายปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิตในการงาน การเงิน ครอบครัวที่อยู่ในช่วงขาลง โยมทำงานหนักมีภาระรับผิดชอบเพิ่มขึ้นมากมาย ขณะที่ก็มีปัญหาหนี้สินหลักล้าน จนต้องขายทุกสิ่งทุกอย่างแทบหมดตัว แต่แล้วในที่สุดก็สามารถผ่านพ้นอุปสรรคมาได้อย่างงดงาม ด้วยความเป็น “ผู้หญิงใจสู้”

ส่งผลให้วันนี้ชีวิตของโยม กำลังจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดี ถึงแม้วันนี้ยังทำงานแทบไม่ได้หยุด แต่ก็ถือเป็นเรื่องดี หลังจากที่ผ่านช่วงที่ยากลำบากของชีวิตมาแล้ว นับเป็นบุญของโยม ที่ได้เจอปัญหาหนัก ๆ และสามารถผ่านมาได้ โยมเป็นคนโชคดี มีบุญ คนบางคนไม่รู้อะไรเลย บางทีรู้ต่อเมื่อลงโลงแล้วด้วยซ้ำ

ดังนั้นการที่โยมรู้เร็ว แปลว่า โยมมีบุญ จึงคิดได้เร็ว เหมือนพระพุทธเจ้าอยากให้รู้จักชีวิตเร็วขึ้น ว่าการต่อสู้ฝ่าฟันกับความยากลำบากนั้น ต้องทำอย่างไร โชคดีที่เจอเรื่องทั้งร้ายและดีมามาก ทำให้เป็นคนคิดไวกว่าคนที่อายุใกล้กัน ในขณะที่บางคนอายุมาก อาจจะยังคิดไม่ได้เลยด้วยซ้ำ มาคิดได้ก็ตอนจะถอดสายน้ำเกลือ ซึ่งสายเกินไป

อาตมาขอแนะนำสำหรับคนที่เพิ่งได้พบกับอุปสรรคหนักหนาในชีวิต ไม่ว่าจะต้องพบกับอุปสรรคหนักหนาขนาดไหน ต่อให้เป็นเรื่องลบที่สุดในชีวิต จงมองทุกอย่างเป็นบวก ในที่สุดพลังบวกจะสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับญาติโยมทุกท่าน

และต่อให้วันนี้โยมพบกับเรื่องที่ไม่ดี แต่นั่นก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดี ซึ่งจะทำให้พรุ่งนี้โยมทำชีวิตให้ดีขึ้นได้

ญาติโยมทุกท่าน ควรมองความผิดพลาดต่าง ๆ ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัวที่มีปัญหามาก่อน เรื่องการทำงาน หรือแม้กระทั้งเรื่องความรัก ทุกอย่าง ทุกก้าว ทุกคำพูด คือประสบการณ์

วันนี้โยมอาจจะเข้าใจในเรื่องชีวิตคู่ ผ่านประสบการณ์มามาก แต่อนาคตย่อมดีขึ้นแน่นอน เพราะยังมีอีกหลายชีวิตคู่ที่ล้มเหลวมาก ๆ ในขณะนี้

โยมใช้ชีวิตอยู่กับความจริง ยอมรับความจริง โยมก็จะไม่ทุกข์ ดีกว่าไม่รู้แล้วก็ทุกข์ไปเรื่อย ๆ โดยหาทางออกไม่เจอ สู้ยอมเจ็บหนัก ๆ ทีเดียว แล้วเรียนรู้สิ่งที่ถูกต้องดีกว่า ถ้าโยมยังไม่รู้จักยอมรับความจริง โยมคงไม่มีวันนี้

พระพุทธองค์สอนให้อยู่กับตัวเอง อยู่กับสติ เมื่อมีสติ ไม่มีใครทำร้ายเราได้ อยู่กับปัจจุบันให้เป็น นี่คือหลักธรรมะง่าย ๆ ที่ญาติโยมทุกท่าน ควรนำมาใช้

จะทำอะไรก็แล้วแต่ ให้คิดก่อน ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับสติ

สุดท้ายนี้อาตมาขอฝากไปยังญาติโยมทุกท่าน ทุกชีวิต ควรอยู่กับความเป็นจริง ถึงทุกอย่างจะเริ่มจากความฝัน แต่ก็อย่าอยู่กับความฝันมากเกินไปจนมองไม่เห็นว่าความจริงคืออะไร มีความเป็นไปได้แค่ไหน

อย่าไปยึดติดกับความฝัน แต่ควรตั้งเป้าเอาไว้ให้ชัดเจน “จงทำตัวเป็นแก้วใส น้ำต้องไม่เต็มแก้วมากนัก แล้วก็ไม่ต้องรู้มาก เพราะคนที่รู้มากสุดท้ายก็ไม่รู้อะไรเลย” ควรเป็นคนที่พร้อมจะเรียนรู้ และอยากที่จะรู้อยู่ตลอดเวลา

ควรมีความภูมิใจ ที่ได้ดูแลครอบครัว ได้เห็นญาติพี่น้อง อยู่สบาย มีความสุข

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่โยมควรภูมิใจกับชีวิต ณ ปัจจุบัน ส่วนวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรต่อไป ความทุ่มเทของโยม จะเป็นตัวบอกอนาคตได้อย่างชัดเจน แน่นอน!?!...ขอเจริญพร

พิธีขอขมากรรม ส่งท้ายปีเก่ารับพรปีใหม่

บทความที่ได้รับความนิยม