ร่วมบูชาวัตถุมงคล วัดไผ่ล้อม นครปฐม

วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557

จุดไฟในใจคน วันวาเลนไทน์

ความรักของ .... ‘พี่แอ๊ด’
กับน้องอ้วน (ตัวหยั่งควาย)

คอลัมน์จุดไฟในใจคน ...........โดย พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม


เจริญพรญาติโยมทุกท่าน วันมาฆบูชา ปี 2557 ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 เป็นวันที่พระพุทธเจ้าแสดง "โอวาทปาติโมกข์" เป็นครั้งแรกแก่พระสงฆ์ 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย และวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ เป็นวันแห่งความรัก หรือ Valentine's Day

สัปดาห์นี้ อาตมาจึงนำเรื่องความรัก ของคนคู่หนึ่ง ที่ใช้ชีวิตร่วมกัน ด้วยความซื่อสัตย์ จริงใจ เป็นเรื่องของ “ชายรักชาย” ฝ่ายพระเอกชื่อพี่แอ๊ด ส่วนนางเอก ชื่อน้องอ้วน

ในอดีตพี่แอ๊ด มีอาชีพ แล่เนื้อหมู ใช้ชีวิตเยี่ยงคนหนุ่ม หลังเลิกงาน พักผ่อนบ้าง ตามประสาหนุ่มโสด และที่ชอบเป็นชีวิตจิตใจ คือร้านคาราโอเกะ

“ชีวิตผ่านมาแล้วทุกรูปแบบ ชาย หญิง ตุ๊ด แต๋ว กระเทย รู้เช่นเห็นชาติมาครบถ้วนกระบวนความ”

วันหนึ่งช่วงอาทิตย์อัสดง แดดร่มลมตก ที่ร้านคาราโอเกะ ได้เกิดปรากฏการณ์กามเทพแผลงศร พี่แอ๊ดเหลือบไปเห็นน้องอ้วน ชายร่างใหญ่หัวใจหญิง ส่งยิ้มหวานมาให้ด้วยไมตรี พี่แอ๊ดยิ้มรับ แต่ไม่มีปฏิกิริยาว่าชอบหรือรัก เพราะเป็นเพียงแรกพบ แค่สบตาเท่านั้น

เมื่อวันเวลาผันเปลี่ยน พี่แอ๊ดโหมงานหนัก จนไม่ลืมหูลืมตา หวังสร้างอนาคต เผื่อยามแก่เฒ่าจะได้สุขสบาย

การมุงานจนลืมดูแลสุขภาพ ส่งผลให้พี่แอ๊ด ล้มป่วย ต้องเข้าโรงพยาบาล ลาป่วย มารักษาร่างกายที่บ้าน

พลันที่ข่าวถึงน้องอ้วน รู้ว่าพี่แอ๊ดป่วย เธอร้อนรนทนไม่ไหว อยากไปเยี่ยมพี่แอ๊ดใจจะขาด เพราะลึกๆน้องอ้วน แอบชอบพี่แอ๊ดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ก่อนไปเยี่ยมพี่แอ๊ด น้องอ้วนตัดสินใจ ไปไหว้เจ้าแม่ตะเคียน ที่วัดไผ่ล้อม จุดธูปเทียน ก้มลงกราบ พร่ำในใจเอ่ยปาก “เจ้าแม่ตะเคียนจ๋า ลูกอยากได้คนดี มาเป็นคู่ชีวิต เจ้าแม่ช่วยลูกช้างด้วยเถิด” สิ้นเสียงบนบานขอคู่....

น้องอ้วน ตัดสินใจสาวเท้าออกจากวัด มุ่งหน้าสู่บ้านพี่แอ๊ด พลันถึงบ้าน เห็นสภาพพี่แอ๊ดในอาการคนเป็นไข้ นอนซม หน้าซีด

เธอจึงจัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัว ป้อนยา พูดจาให้กำลังใจ ด้วยจิตหวังดี

การดูแลปรนนิบัติพัดวีครานี้ ส่งผลให้พี่แอ๊ด เกิดความประทับใจ ซึ้งในความปรารถนาดี ในยามเจ็บไข้ได้ป่วยไม่มีใครมาดูแล แต่น้องอ้วนเธอเป็นใคร ทำไมเสียสละ มาดูแลเราได้ขนาดนี้

“รู้สึกรักขึ้นมาทันที รักในความดี ที่ชาตินี้ ถึงจะผ่านผู้คนมาแล้วมากมาย แต่ยังไม่เคยเจอใครที่จริงใจขนาดนี้มาก่อน”


จากนั้นไม่นาน ทั้งคู่ก็ตกลงปลงใจร่วมหอลงโลง หอบเสื้อผ้ามาอยู่ด้วยกัน ฉันผัวเมีย ช่วยกันทำมาหากิน ด้วยอาชีพถนัดของพี่แอ๊ด คือแล่เนื้อหมู ฉะนั้นพี่แอ๊ดจึงพาน้องอ้วน ออกตระเวนขายหมู ตามตลาดนัดต่างๆ ขยันขันแข็งหนักเอาเบาสู้

พำนักพักกายที่เรือนหอรังรัก ก็ยึดเอาบ้านเกิดของน้องอ้วน ที่หน้าวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม เป็นที่ก่อร่างสร้างตัว

หลังจากเลิกขายหมู ทั้งคู่เปลี่ยนอาชีพมาขายขนมหวาน ให้กับนักเรียน ที่โรงอาหาร โรงเรียนวัดห้วยจรเข้ รวมถึงขายสินค้าเงินผ่อน ให้กับคนบ้านใกล้เรือนเคียง ที่ยากจน ไม่มีเงินสดซื้อของกินของใช้ต่างๆ ส่งผลให้ทั้งคู่ ตั้งตัวได้อย่างรวดเร็ว เพราะความขยันล้วนๆ

ล่าสุดทั้งคู่ตัดสินใจออกจากบ้านที่เช่าที่ดินของวัด ออกมาซื้อบ้านเดี่ยว ในราคาล้านกว่าบาท ช่วยกันทำงานหาเงิน ช่วยกันผ่อน หวังสร้างครอบครัวให้เป็นปึกแผ่น

สิ่งที่น่าชื่นชมในชายรักชายคู่นี้ คือ ความรักที่มีต่อกันอย่างมั่นคง เป็นรักที่จริงใจ ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง ดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์ เป็นความรักที่สมบูรณ์แบบ

เวลา 10 ปี ที่ครองรักร่วมกันมา สะท้อนถึงความมีคุณธรรม ที่ทั้งคู่มอบให้กันสม่ำเสมอ ไม่บกพร่อง ทั้งคู่จึงอยู่ร่วม อย่างรู้เขารู้เรา และเท่าทันต่อกิเลสทั้งปวง ด้วยหัวใจที่หนักแน่นไม่ยอมตกเป็นทาสสิ่งไม่ดี ที่เข้ามาครอบงำชีวิตและจิตใจ

นับเป็นตัวอย่างธรรมะการครองเรือนเบื้องต้น ที่ญาติโยมทุกท่าน สามารถนำไปเป็นแบบอย่าง สะท้อนภาพชัดเจน ถึงความรัก ปรารถนาดี ปราศจากความเห็นแก่ตัว มีเมตตา ไม่ยึดติดถือมั่น ไม่มีเงื่อนไข

เฉกเช่น พระพุทธเจ้าตรัสว่า พระองค์มีความเมตตาต่อพระเทวทัตเท่ากับพระราหุล เมตตาคือความรักโดยไม่แบ่งแยก คนส่วนใหญ่มองว่าถ้าเป็นลูกฉันก็รัก ถ้าเป็นศัตรูฉันไม่รัก อันนี้เป็นสิเนหะ แต่เมตตาไม่มีเลือก ไม่มีแบ่งแยก เป็นความรักที่ไม่มีประมาณ ไม่มีเงื่อนไข ขณะเดียวกันเมื่อเกิดอะไรขึ้นกับเขา เราก็ไม่ทุกข์เพราะไม่ได้ยึดติดถือมั่นว่าเป็นของเรา 

ญาติโยมทั้งหลาย ถ้าคิดจะเลือกคู่ สิ่งสำคัญคือ การที่คนเราจะอยู่ด้วยกันได้นาน ต้องมีความเหมือน มีความสอดคล้องกัน มีการแบ่งปัน มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เหมือนกัน และต้องมีความศรัทธา มีปัญญาเสมอกัน ก็จะอยู่กันได้นาน หากมีธรรมะเหมือนกันก็จะยึดเหนี่ยวประสานน้ำใจ ให้เป็นหนึ่งเดียว คือต้องมีอุเบกขา วางใจเป็นกลาง ให้เขามีอิสระเป็นตัวของตัวเอง จุดนี้เป็นการแสดงความรักที่ดีที่สุด

ยกตัวอย่างกรณี พระพุทธเจ้าตรัสกับนางวิสาขา หลานนางวิสาขาเสียชีวิต นางวิสาขาเสียใจ พระพุทธเจ้าก็เลยตรัสประโยคนี้ขึ้นมาเพื่อให้นางวิสาขาได้สติ คือความรักให้ความสุขก็จริง แต่สุขกับทุกข์มักจะอยู่ด้วยกันเสมอ

ฉะนั้นเวลาจะรัก ก็รักด้วยความไม่ยึดมั่นถือมั่นว่าจะต้องอยู่กับเราไปตลอด ต้องมีความเข้าใจในเรื่องอนิจจัง ทุกขัง อนัตตากำกับด้วย คือถ้าไม่เข้าใจเรื่องอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาก็จะยึดมั่นว่าเขาจะต้องเที่ยง เขาจะต้องอยู่กับเราไปจนตาย เขาจะต้องให้ความสุขกับเรา หรือว่าเขาจะต้องเป็นของเราคนเดียว

คิดแบบนี้แสดงว่าไม่เข้าใจเรื่องอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แต่ถ้าเราเข้าใจ เมื่อรักก็จะรักแบบเมตตา ปรารถนาดีกับเขาโดยไม่มีเงื่อนไข หรือไม่ได้คาดหวังยึดมั่นกับเขา

เหมือนกับโยมกินปลา โยมก็ฉลาดที่จะกิน โดยไม่ให้ก้างปลาตำ คนส่วนใหญ่กินแบบไม่มีสติ ก็จะถูกก้างปลาตำ หรือเหมือนกับปลาที่พอเห็นเหยื่อก็ฮุบทันที ทีแรกก็มีความสุข เพราะอร่อย แต่สักพักก็จะเจ็บ เพราะถูกเบ็ดทิ่มปาก
ถ้าโยมมีสติ โยมก็จะไม่ฮุบเบ็ดนั้น หรือถ้าโยมจะกินปลา โยมก็กินปลาอย่างมีสติ ไม่ให้ก้างปลาตำคอ

สิ่งสำคัญเมื่อโยมมีเมตตา ที่เกิดจากปัญญา หรือเข้าใจความจริง ไม่ใช่รักแบบยึดมั่นถือมั่น แต่รักแบบเมตตา ปรารถนาดี อย่างไม่มีเงื่อนไข

ถ้ามีความรักแบบนี้ ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเขา เราก็ไม่ทุกข์ เพราะโยมรู้ว่ามันเป็นธรรมดา มันไม่เที่ยง ถ้าเข้าใจเช่นนี้ได้ โยมก็สามารถรักเขาได้โดยไม่เป็นทุกข์อย่างแน่นอน!!...ขอเจริญพร

พิธีขอขมากรรม ส่งท้ายปีเก่ารับพรปีใหม่

บทความที่ได้รับความนิยม